การใช้ประโยชน์จากศูนยการเรียนไอซีทีให้แก่ชุมชน

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ โดยได้ทำการสร้างศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ในชุมชนต่างๆ หลากหลายรูปแบบ กระจายทั่วประเทศไทย กว่า 280 แห่ง และยังมุ่งสร้างแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชุมชน โดยการสร้างต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนอำเภอละ 1 แห่งในระยะเริ่มต้น

นอกจากการพัฒนาการแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชุมชนผ่านเครื่องมือ ICT แล้ว  ได้พยายามสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านเครื่องมือสื่อใหม่ หรือ ICT โดยอาศัยแนวคิดโลกไร้พรมแดน มุ่งเพื่อสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนสินค้า ภูมิปัญหา และสร้างความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ การประยุกต์ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เข้ากับวิถีชุมชนจึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งการจัดเก็บข้อมูลชุมชน การประชาสัมพันธ์ชุมชน สินค้า ภูมิปัญญาผ่าน WEB 2.0 เพื่อสร้างเครือข่ายสังคมแห่งการช่วยเหลือ เกื้อกูลผ่านอินเทอร์เน็ต และสร้างมูลค่าสินค้า บริการของชุมชนผ่านแนวคิด Social Networking นอกจากนี้ ยังได้เน้นการให้ข้อมูลชุมชนแก่ตลาดโลกผ่านเครื่องมือ Search Engine ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก ด้วยการนำเสนอข้อมูลชุมชนผ่านสื่อต่าง ได้แก่ เว็บไซต์ชุมชน ภาพ วิดีโอ บทวิจารณ์ ฯลฯ เพื่อเป็นการเปิดตลาดแนวใหม่ให้แก่ชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการใช้ ICT เพื่อเป็นเครื่องมือของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชนนั้น ก็นับว่าไม่ต่างไปจากศูนย์เรียนรู้ในลักษณะต่างๆของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ชุมชนร่วมตัวกันจัดตั้งกันขึ้นมากเอง ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ฯลฯ  ศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชน ก็นับว่าเป็นศูนย์น้องใหม่ที่ได้รับความสนใจทั่วโลก เพราะความเจริญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่ได้ย่อโลกทั้งใบให้เป็นหมู่บ้านเดียวกัน (Global village)   ดังนั้น การใช้ ICT เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของการพัฒนา จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ชุมชนไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ต่อไป ดังนั้นจึงขอสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ที่ได้ศึกษา และบริหารจัดการเกี่ยวข้องกับศูนย์เรียนรู้ชุมชนในลักษณะรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่พวกเราในการที่จะใช้เป็นฐานคิดในการปรับใช้กับศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชนของพวกเราต่อไป

ลักษณะศูนย์เรียนรู้ของชุมชนที่สามารถช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้
การพิจารณาลักษณะศูนย์เรียนรู้ของชุมชนที่สามารถช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้ควรมีกรอบคิด ดังนี้
1. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นควรสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ชุมชนได้ร่วมกันกำหนด และจัดวางไว้
2. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นต้องสามารถให้ความรู้ หรือให้บริการเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การใช้วัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบ และกำลังแรงงานในท้องถิ่น
3. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นควรมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมความสามารถในด้านการบริหารจัดการ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสมาชิกในกลุ่ม
4. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นต้องมีการบริหารจัดการในลักษณะที่ส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน และเอื้อประโยชน์กับคนกลุ่มต่างๆ ตามระดับการมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน และยุติธรรม
5. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นควรพิจารณาเกี่ยวกับข้อมูล หรือกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ของชุมชน เพื่อความเท่าทันกับกระแสต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน
6. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นไม่ควรมีการดำเนินงานที่ยุ่งยาก ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนสามารถกระจายความรับผิดชอบให้แก่กลุ่มต่างๆ และบุคคลอื่นๆ ในชุมชนได้อย่างทั่วถึง
7. ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนนั้นควรมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับชุมชน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีลักษณะเป็นองค์รวมของข้อมูลจำเป็นของชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ข้อมูลในส่วนที่ตนเองต้องการได้

ความสำคัญของเทคโนโลยีต่อแหล่งการเรียนรู้ชุมชน

การปฏิวัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมอย่างมาก เทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตและวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคม ทั้งด้านความเป็นอยู่ การสื่อสาร การทำงาน การคมนานคมและการขนส่ง ธุรกิจและอุตสาหกรรม การแพทย์ วัฒนธรรม และการศึกษา

ในปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีขนาดเล็กลง หรือที่เรียกว่า “นาโนเทคโนโลยี” (Nanotechnology) ทำให้การสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างฉับพลันผ่านทางด่วนสารสนเทศ (Information Superhighway) เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้หลายพันล้านคนทั่วโลกและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงสารสนเทศและบริการต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วและไร้พรมแดน โดยอาจเรียกได้ว่าเป็น “สังคมอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “ชุมชนอิเล็กทรอนิกส์”

การพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดความต้องการและการใช้สารสนเทศของบุคคลเพิ่มมากขึ้น สารสนเทศมีการใช้สารสนเทศเพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจในเรื่องที่ตนเกี่ยวข้อง และนำความรู้ความเข้าใจมาตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ทันเวลากับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม เป็นเรื่องราวที่มีความสำคัญไม่จำกัดเฉพาะนิสิต นักศึกษา นักวิชาการ แต่มีความสำคัญกับบุคคลในทุกสาขาอาชีพและทุกวัย

เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องที่ใกล้ชิดและเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น การถอนเงินอัตโนมัติ ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ การซื้อขายสินค้าทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การประชุมทางไกล การศึกษาทางไกล ระบบห้องสมุดดิจิตอล การเข้าถึงบริการและสารสนเทศต่างๆ ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

สารสนเทศนอกจากมีความสำคัญต่อตัวบุคคลดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีความสำคัญต่อสังคมในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านวัฒนธรรม

ด้านการศึกษา การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำ ช่วยเหลือ และกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ส่งผลให้สารสนเทศมีความสำคัญต่อการเรียนการสอนในทุกระดับการศึกษา สารสนเทศที่ดีมีคุณค่าและทันสมัย จะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้สารสนเทศที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์ถูกต้องจากหลายแขนงวิชามาพัฒนาให้เกิดความรู้ใหม่ขึ้นมาได้

ด้านสังคม สารสนเทศช่วยพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์ ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพส่วนบุคคลให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข อีกทั้งช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาซึ่งความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต เราใช้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ทั้งการประกอบอาชีพ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาชีวิต สารสนเทศช่วยขยายโลกทัศน์ของผู้ได้รับให้กว้างขวาง สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างมนุษยชาติ ช่วยลดความขัดแย้ง ทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ด้านเศรษฐกิจ สารสนเทศมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เรียกว่า เศรษฐกิจบนฐานความรู้ หน่วยงานหรือผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสำคัญกับ “การจัดการความรู้” เพื่อรักษาองค์ความรู้ขององค์กรไว้ สารสนเทศด้านธุรกิจการค้าจึงถือเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญในการแข่งขัน ทั้งนี้เพราะสารสนเทศช่วยประหยัดเวลาในการผลิต ลดขั้นตอน การลองผิดลองถูก อีกทั้งช่วยให้องค์กรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ตามความต้องการของตลาด

ด้านวัฒนธรรม สารสนเทศเป็นรากฐานที่จำเป็นสำหรับความก้าวหน้าของอารยธรรม สารสนเทศช่วยสืบทอดค่านิยม ทัศนคติ ศิลปะ และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อันดีงามของชาติ ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ความสามัคคี ความมั่นคงในชาติ

หัวใจสำคัญของศูนย์การเรียนรู้

ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) เป็นแนวทางหนึ่งที่องค์การหลายแห่งพยายามสร้างให้เกิดขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับพนักงานทุกระดับในองค์การ โดยส่วนใหญ่หน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบในการดูแลศูนย์การเรียนรู้ก็คือ หน่วยงานพัฒนาบุคลากร การที่จะปรับฐานะของงานพัฒนาบุคลากรที่มุ่งเน้นแต่การจัดอบรมเพียงอย่างเดียวมาเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” ให้ได้นั้น องค์ประกอบหลักที่สำคัญที่องค์การจะต้องพิจารณาเพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ ได้แก่

1. ผู้ให้บริการในศูนย์การเรียนรู้ – บุคคลที่ทำงานในศูนย์การเรียนรู้ถือว่าเป็นด่านสกัดแรกที่สำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้เรียน ขีดความสามารถ (Competency) ที่สำคัญของผู้ที่ทำงานในศูนย์การเรียนรู้ ได้แก่ จิตสำนึกของการให้บริการ (Service Mind) พฤติกรรมที่แสดงออกถึงการมีจิตสำนึกในการให้บริการที่ดีหลัก ๆ ก็คือ

• ยิ้มแย้มแจ่มใสกับผู้มาขอใช้บริการอยู่เสมอ ไม่ทำสีหน้าบึ้งตึงหรือพูดจาไม่สุภาพกับลูกค้า
• ตอบข้อซักถามด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนเมื่อมีการสอบถามจากผู้ขอใช้บริการ
• อาสาตนเองช่วยเหลือผู้ขอใช้บริการ โดยไม่ต้องขอให้มีการร้องขอเกิดขึ้น
• พยายามหาคำตอบหรือให้ข้อแนะนำ กรณีที่ข้อมูลที่สอบถามมาผู้ให้บริการไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น
เมื่อผู้ให้บริการมี Service Mind ที่ดี ย่อมจะทำให้ผู้ที่มาขอใช้บริการเกิดความสบายใจ ไม่กลัวที่จะสอบถามหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการ และที่สำคัญพวกเขาจะบอกต่อและชักชวนให้พนักงานคนอื่นๆ หันมาสนใจที่จะมาใช้บริการจากศูนย์การเรียนรู้ในองค์การ

2. ช่องทางการเรียนรู้ – ช่องทางการเรียนรู้ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะหากไม่มีช่องทางการเรียนรู้ในองค์การ ความรู้ย่อมจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

3. กระบวนการติดตามผลการเรียนรู้ – ศูนย์การเรียนรู้นอกจากจะทำหน้าที่ในการหาช่องทางการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์การแล้ว ศูนย์การเรียนรู้จะต้องทำหน้าที่ในการออกแบบระบบเพื่อติดตามผลว่าพนักงานมีการเรียนรู้ขึ้นจริง (Learning Monitoring) ซึ่งกระบวนการติดตามผลการเรียนรู้มีหลากหลายวิธีการ

ดังนั้นการศูนย์การเรียนรู้ในองค์การให้เกิดขึ้น ย่อมทำให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นแล้วในองค์การ ซึ่งความรู้นั้นจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความเอาจริงเอาจังของผู้บริหารระดับ CEO ว่าจะเอาจริงเอาใจมากน้อยแค่ไหน รวมถึงขึ้นอยู่กับหัวหน้างานที่จะสนับสนุนและผลักดันให้พนักงานมีการเรียนรู้อย่างจรืงจัง และที่สำคัญตัวพนักงานเองที่จะต้องใส่ใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองด้วยเช่นกัน และจากความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวพนักงานคนหนึ่งหากมีการถ่ายทอดไปสู่พนักงานอีกคน ในที่สุดย่อมจะเกิดกระบวนการการเรียนรู้ขึ้นในองค์การ หรือที่เรียกว่า Organization Learning

แหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าภายนอกและภายในชุมชน

การนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จในชุมชนหนึ่งไปใช้ในอีกชุมชนหนึ่ง หรือการวางแผนจากส่วนกลางแล้วนำไปให้ชุมชนท้องถิ่นปฏิบัติ จึงมักประสบความล้มเหลว นอกจากนี้ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกชุมชนยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในแต่ละชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในชุมชนต่างๆมีภูมิปัญญาอยู่หลายด้านและบางแห่งเคยเป็นเมืองเก่ามาก่อน จึงมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมายที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชนรุ่นหลัง ได้ศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ สามารถเป็นแหล่งการเรียนรู้ได้ดี

การจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนควรนำไปสู่วัตถุประสงค์หลายๆประการพร้อมกันๆกัน เช่น เพื่อสืบค้นผู้นำจิตวิญาณ สร้างความเข้าใจร่วมกัน สร้างคุณค่าและจิตสำนึกใหม่ ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงาม เกิดความเอื้ออาทร สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ ทราบปัญหาและความต้องการของชุมชน ได้แนวทาง วิธีการ และแผนงานการแก้ปัญหา ได้เริ่มทดลองปฏิบัติ ได้โจทย์วิจัย เกิดการสะสมองค์ความรู้ในท้องถิ่น ได้องค์ความรู้ใหม่ และขยายผลผ่านการสรุปบทเรียนร่วมกัน ได้หลักสูตรท้องถิ่นและนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนการสอน ชุมชนมีโอกาสเรียนรู้และจัดการร่วมกัน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู

ชุมชน อาจเป็นเพียงหน่วยเล็กๆที่ดูจะไม่สำคัญและมีบทบาทในการขับเคลื่อนภาคต่างๆของสังคมโลกมากนัก แต่ถือได้ว่าชุมชนมีบทบาทสำคัญยิ่งในการบ่มเพาะ สร้างสรรค์ ฟื้นฟู ดำรงรักษาไว้ซึ่งวิถีความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และค่านิยม ความเชื่อของผู้คน แต่เส้นทางในการสร้างชุมชนทางเลือก ไม่เรียบง่ายอย่างภาพฝัน ปัญหาและอุปสรรคมีอยู่มากมายที่จะต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชน ช่วยกันทดลอง ลองผิดลองถูก ร่วมมือกันฝ่าฟันจึงจะประสบสำเร็จได้  มาร่วมกันเรียนรู้ประสบการณ์ของชุมชนทางเลือกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นบทเรียนไว้ปรับใช้สำหรับวิถีทางเลือกต่อไป

วัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน

1.เพื่อให้มีศูนย์กลางการเรียนรู้ร่วมกันภายในชุมชนทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบลและมีจุดการเรียนรู้ในระดับหมู่บ้านหลากหลายสาขาองค์ความรู้
2.เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการจัดการความรู้เชิงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีในชุมชนและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.เพื่อให้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านต่างๆที่จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี
4.การให้โอกาสชุมชนเองมาเป็นผู้จัด ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันและร่วมกันจุดกระแสการเรียนรู้เพื่อความเป็นไทยให้คงอยู่

การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ICT ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

แหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ของเด็ก เยาวชนและชุมชน เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปสามารถสืบค้น เรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเป็นการขยายบริการไปสู่ส่วนท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี และเพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และให้ประชาชนในท้องถิ่นมีการเข้าถึงสารสนเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อเผยแพร่สู่สังคมต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการของชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

ความพยายามเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นไปตามสังคมโลกที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแพร่หลาย ดดยมีการอบรมและสร้างเครือข่ายผู้ดูแลศูนย์ ทำให้ชุมชนต่างๆได้รู้จักกันไปในตัวด้วย นอกจากการฝึกอบรมปกติที่จัดให้ในตอนเริ่มต้น โดยหวังว่าในอนาคตด้วยเครือข่ายความร่วมมือที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันเหล่านี้ จะสามารถพัฒนาสิ่งที่เกิดประโยชน์ให้กับชุมชนตนเอง การค้าขายจนเกิดการปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศ การต่อยอดในเชิงความรู้ให้กับชุมชนเช่นนี้ให้มีการกระจายความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไปสู่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาความรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น

การสร้างโอกาสร่วมกับชุมชนผ่านเครื่องมือ ICT

โดยใช้สถานที่ใดๆก็ได้ที่เป็นศูนย์รวมหรือที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน เพื่อให้ชุมชนใช้เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ตามอัธยาศัย ที่ให้บริการประชาชนทุกอาชีพ และทุกเพศวัย ตลอดจนใช้เป็นแหล่งสนับสนุนอาชีพ สร้างช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้า สถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ และขยายการให้บริการภาครัฐไปสู่ส่วนท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาแรกๆ และตามด้วยกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อม กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าชาวบ้าน มีวัตถุประสงค์ที่แน่นอนอยู่แล้วในตัว

แกนหลักในการผลักดันให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้จึงได้ดำเนินโครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนในสถานที่ราชการ ศาสนสถาน มูลนิธิ และชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและความเหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้แก่ชุมชน เยาวชน และประชาชนทั่วไป สามารถสืบค้นและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยกระดับคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูล  ข่าวสาร และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้เพิ่มมากขึ้น

←Older