หัวใจสำคัญของศูนย์การเรียนรู้

ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) เป็นแนวทางหนึ่งที่องค์การหลายแห่งพยายามสร้างให้เกิดขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับพนักงานทุกระดับในองค์การ โดยส่วนใหญ่หน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบในการดูแลศูนย์การเรียนรู้ก็คือ หน่วยงานพัฒนาบุคลากร การที่จะปรับฐานะของงานพัฒนาบุคลากรที่มุ่งเน้นแต่การจัดอบรมเพียงอย่างเดียวมาเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” ให้ได้นั้น องค์ประกอบหลักที่สำคัญที่องค์การจะต้องพิจารณาเพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ ได้แก่

1. ผู้ให้บริการในศูนย์การเรียนรู้ – บุคคลที่ทำงานในศูนย์การเรียนรู้ถือว่าเป็นด่านสกัดแรกที่สำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้เรียน ขีดความสามารถ (Competency) ที่สำคัญของผู้ที่ทำงานในศูนย์การเรียนรู้ ได้แก่ จิตสำนึกของการให้บริการ (Service Mind) พฤติกรรมที่แสดงออกถึงการมีจิตสำนึกในการให้บริการที่ดีหลัก ๆ ก็คือ

• ยิ้มแย้มแจ่มใสกับผู้มาขอใช้บริการอยู่เสมอ ไม่ทำสีหน้าบึ้งตึงหรือพูดจาไม่สุภาพกับลูกค้า
• ตอบข้อซักถามด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนเมื่อมีการสอบถามจากผู้ขอใช้บริการ
• อาสาตนเองช่วยเหลือผู้ขอใช้บริการ โดยไม่ต้องขอให้มีการร้องขอเกิดขึ้น
• พยายามหาคำตอบหรือให้ข้อแนะนำ กรณีที่ข้อมูลที่สอบถามมาผู้ให้บริการไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น
เมื่อผู้ให้บริการมี Service Mind ที่ดี ย่อมจะทำให้ผู้ที่มาขอใช้บริการเกิดความสบายใจ ไม่กลัวที่จะสอบถามหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการ และที่สำคัญพวกเขาจะบอกต่อและชักชวนให้พนักงานคนอื่นๆ หันมาสนใจที่จะมาใช้บริการจากศูนย์การเรียนรู้ในองค์การ

2. ช่องทางการเรียนรู้ – ช่องทางการเรียนรู้ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะหากไม่มีช่องทางการเรียนรู้ในองค์การ ความรู้ย่อมจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

3. กระบวนการติดตามผลการเรียนรู้ – ศูนย์การเรียนรู้นอกจากจะทำหน้าที่ในการหาช่องทางการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์การแล้ว ศูนย์การเรียนรู้จะต้องทำหน้าที่ในการออกแบบระบบเพื่อติดตามผลว่าพนักงานมีการเรียนรู้ขึ้นจริง (Learning Monitoring) ซึ่งกระบวนการติดตามผลการเรียนรู้มีหลากหลายวิธีการ

ดังนั้นการศูนย์การเรียนรู้ในองค์การให้เกิดขึ้น ย่อมทำให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นแล้วในองค์การ ซึ่งความรู้นั้นจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความเอาจริงเอาจังของผู้บริหารระดับ CEO ว่าจะเอาจริงเอาใจมากน้อยแค่ไหน รวมถึงขึ้นอยู่กับหัวหน้างานที่จะสนับสนุนและผลักดันให้พนักงานมีการเรียนรู้อย่างจรืงจัง และที่สำคัญตัวพนักงานเองที่จะต้องใส่ใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองด้วยเช่นกัน และจากความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวพนักงานคนหนึ่งหากมีการถ่ายทอดไปสู่พนักงานอีกคน ในที่สุดย่อมจะเกิดกระบวนการการเรียนรู้ขึ้นในองค์การ หรือที่เรียกว่า Organization Learning

แหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าภายนอกและภายในชุมชน

การนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จในชุมชนหนึ่งไปใช้ในอีกชุมชนหนึ่ง หรือการวางแผนจากส่วนกลางแล้วนำไปให้ชุมชนท้องถิ่นปฏิบัติ จึงมักประสบความล้มเหลว นอกจากนี้ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกชุมชนยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในแต่ละชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในชุมชนต่างๆมีภูมิปัญญาอยู่หลายด้านและบางแห่งเคยเป็นเมืองเก่ามาก่อน จึงมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมายที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชนรุ่นหลัง ได้ศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ สามารถเป็นแหล่งการเรียนรู้ได้ดี

การจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนควรนำไปสู่วัตถุประสงค์หลายๆประการพร้อมกันๆกัน เช่น เพื่อสืบค้นผู้นำจิตวิญาณ สร้างความเข้าใจร่วมกัน สร้างคุณค่าและจิตสำนึกใหม่ ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงาม เกิดความเอื้ออาทร สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ ทราบปัญหาและความต้องการของชุมชน ได้แนวทาง วิธีการ และแผนงานการแก้ปัญหา ได้เริ่มทดลองปฏิบัติ ได้โจทย์วิจัย เกิดการสะสมองค์ความรู้ในท้องถิ่น ได้องค์ความรู้ใหม่ และขยายผลผ่านการสรุปบทเรียนร่วมกัน ได้หลักสูตรท้องถิ่นและนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนการสอน ชุมชนมีโอกาสเรียนรู้และจัดการร่วมกัน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู

ชุมชน อาจเป็นเพียงหน่วยเล็กๆที่ดูจะไม่สำคัญและมีบทบาทในการขับเคลื่อนภาคต่างๆของสังคมโลกมากนัก แต่ถือได้ว่าชุมชนมีบทบาทสำคัญยิ่งในการบ่มเพาะ สร้างสรรค์ ฟื้นฟู ดำรงรักษาไว้ซึ่งวิถีความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และค่านิยม ความเชื่อของผู้คน แต่เส้นทางในการสร้างชุมชนทางเลือก ไม่เรียบง่ายอย่างภาพฝัน ปัญหาและอุปสรรคมีอยู่มากมายที่จะต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชน ช่วยกันทดลอง ลองผิดลองถูก ร่วมมือกันฝ่าฟันจึงจะประสบสำเร็จได้  มาร่วมกันเรียนรู้ประสบการณ์ของชุมชนทางเลือกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นบทเรียนไว้ปรับใช้สำหรับวิถีทางเลือกต่อไป

วัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน

1.เพื่อให้มีศูนย์กลางการเรียนรู้ร่วมกันภายในชุมชนทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบลและมีจุดการเรียนรู้ในระดับหมู่บ้านหลากหลายสาขาองค์ความรู้
2.เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการจัดการความรู้เชิงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีในชุมชนและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.เพื่อให้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านต่างๆที่จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี
4.การให้โอกาสชุมชนเองมาเป็นผู้จัด ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันและร่วมกันจุดกระแสการเรียนรู้เพื่อความเป็นไทยให้คงอยู่

การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ICT ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

แหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ของเด็ก เยาวชนและชุมชน เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปสามารถสืบค้น เรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเป็นการขยายบริการไปสู่ส่วนท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี และเพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และให้ประชาชนในท้องถิ่นมีการเข้าถึงสารสนเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อเผยแพร่สู่สังคมต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการของชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

ความพยายามเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นไปตามสังคมโลกที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแพร่หลาย ดดยมีการอบรมและสร้างเครือข่ายผู้ดูแลศูนย์ ทำให้ชุมชนต่างๆได้รู้จักกันไปในตัวด้วย นอกจากการฝึกอบรมปกติที่จัดให้ในตอนเริ่มต้น โดยหวังว่าในอนาคตด้วยเครือข่ายความร่วมมือที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันเหล่านี้ จะสามารถพัฒนาสิ่งที่เกิดประโยชน์ให้กับชุมชนตนเอง การค้าขายจนเกิดการปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศ การต่อยอดในเชิงความรู้ให้กับชุมชนเช่นนี้ให้มีการกระจายความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไปสู่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาความรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น

การสร้างโอกาสร่วมกับชุมชนผ่านเครื่องมือ ICT

โดยใช้สถานที่ใดๆก็ได้ที่เป็นศูนย์รวมหรือที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน เพื่อให้ชุมชนใช้เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ตามอัธยาศัย ที่ให้บริการประชาชนทุกอาชีพ และทุกเพศวัย ตลอดจนใช้เป็นแหล่งสนับสนุนอาชีพ สร้างช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้า สถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ และขยายการให้บริการภาครัฐไปสู่ส่วนท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาแรกๆ และตามด้วยกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อม กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าชาวบ้าน มีวัตถุประสงค์ที่แน่นอนอยู่แล้วในตัว

แกนหลักในการผลักดันให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้จึงได้ดำเนินโครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนในสถานที่ราชการ ศาสนสถาน มูลนิธิ และชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและความเหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้แก่ชุมชน เยาวชน และประชาชนทั่วไป สามารถสืบค้นและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยกระดับคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูล  ข่าวสาร และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้เพิ่มมากขึ้น

การพัฒนาชุมชนรัฐบาลของเท็กซัสเพื่อความก้าวหน้าทางประเทศ

11

สาธารณรัฐเทกซัสสถาปนาตนเองเป็นสาธารณรัฐโดยแยกดินแดนออกมาจากเม็กซิโกในเหตุการณ์ปฏิวัติเทกซัส โดยอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่มีขอบเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของรัฐเทกซัส รวมไปถึงบางส่วนของรัฐนิวเม็กซิโก, โอคลาโฮมา, แคนซัส, โคโลราโด และไวโอมิงของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน โดยยึดตามสนธิสัญญาวิลาสโกระหว่างสาธารณรัฐเทกซัสที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่กับเม็กซิโก พรมแดนทางตะวันออกกับสหรัฐอเมริกาถูกกำหนดโดยสนธิสัญญาแอดัมส์-โอนิสที่ทำขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับสเปนในปี ค.ศ. 1819 ส่วนพรมแดนทางตอนใต้และทางตะวันตกซึ่งติดกับเม็กซิโกนั้นตกเป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศตลอดระยะเวลาที่สาธารณรัฐดำรงอยู่ โดยเทกซัสใช้สองฝั่งของแม่น้ำรีโอแกรนด์เป็นตัวขีดเส้นแบ่งพรมแดน ในขณะที่เม็กซิโกใช้แม่น้ำนูเอซิสในการปักปันเขตแดน ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวกลายเป็นเหตุชนวนสงครามเม็กซิโก-อเมริกา หลังจากการผนวกเทกซัสเข้ามาเป็นรัฐในสหรัฐอเมริกา

สาธารณรัฐเทกซัสสถาปนาตนเองขึ้นมาจากรัฐโกอาวีลาอีเตคัส ของเม็กซิโกจากเหตุการณ์การปฏิวัติเทกซัส ในขณะนั้นเม็กซิโกกำลังอยู่ในความสับสนอลหม่านขณะที่ผู้นำของประเทศในแต่ละสมัยพยายามที่จะกำหนดรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศ ในปี ค.ศ. 1835 เมื่อประธานาธิบดีอันโตนิโอ โลเปซ เด ซานตา อันนา ล้มเลิกรัฐธรรมนูญแห่งปี 1824 ทำให้เขามีอำนาจมหาศาลในการควบคุมรัฐบาล ชาวอาณานิคมในเทกซัสจึงเกิดความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวและเริ่มก่อตั้งคณะกรรมการเพื่อการตอบโต้และความปลอดภัย โดยมีคณะกรรมการกลางในแซนฟิลิปดิออสตินเป็นผู้ประสานการทำงาน ขณะที่ในเม็กซิโกชั้นใน ก็มีการต่อต้านนโยบายรวมอำนาจใหม่นี้ ในหลาย ๆ รัฐเช่นกัน  การปฏิวัติเทกซัสเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1835 ในยุทธการกอนซาเลส แม้ว่าเริ่มแรกนั้นชาวเทกซัสจะต่อสู้เพื่อให้กลับมาใช้รัฐธรรมนูญแห่งปี 1824 อีกครั้ง แต่ต่อมาในปี 1836 เป้าหมายของสงครามก็เปลี่ยนไป โดยได้มีการประกาศเอกราชที่การชุมนุมแห่งปี 1836 ในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1836 และสถานปนาตนเองเป็นสาธารณรัฐเทกซัสอย่างเป็นทางการการเมืองภายในสาธารณรัฐมาจากความขัดแย้งระหว่างคนสองกลุ่ม ได้แก่พรรคชาตินิยม นำโดยลามาร์ ซึ่งต้องการให้สาธารณรัฐเทกซัสดำรงอยู่เป็นรัฐเอกราชต่อไป

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้

2

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลข่าวสารความรู้ของชุมชนที่จะนำไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้สำหรับประชาชน ในชุมชน เป็นแหล่งเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การสืบทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรม ค่านิยม และเอกลักษณ์ของชุมชน อีกทั้งเป็นแหล่งบริการชุมชนด้านต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการเรียนรู้ ของชุมชน โดยเน้นการกระบวนการเรียนรู้เพื่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ก่อให้เกิดชุมชนแห่ง เรียนรู้ และมุ่งการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง เป็นศูนย์ฯ ของประชาชน ที่ดำเนินการโดยประชาชน และเพื่อประชาชน ที่จะก่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน จากความหมายข้างต้นจะเห็นได้ว่า ศูนย์เรียนรู้ชุมชนในความคาดหวังของกรมการพัฒนาชุมชน ไม่ใช่ศูนย์ฝึกอบรมประจำหมู่บ้านที่รอรับการนัดหมายจากวิทยากรภายนอก แต่จะเป็นสถานที่ที่จะสร้างความผูกพันระหว่างคนในชุมชนกับเรื่องราวของเขาเองเป็นสำคัญ

หลักการสำคัญของศูนย์เรียนรู้ชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ทุกด้าน ทุกรูปแบบไม่เน้นการเรียนการสอนในห้องเรียน เป็นศูนย์กลางที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ ค้นคว้าหาความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งการพบปะ สังสรรค์ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือในการพัฒนาตนเองและชุมชน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ภารกิจของศูนย์เรียนรู้ชุมชนจัดให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของประชาชนในชุมชนเป็นศูนย์รวมของข้อมูล เช่น ข้อมูล จปฐ. กชช.2ค.แหล่งน้ำ กลุ่มอาชีพ ฯลฯ รวมทั้งข่าวสาร สาระความรู้ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เท่าทันสถานการณ์โลก รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้ของปราชญ์ชาวบ้าน องค์ความรู้ที่มีอยู่กระจัดกระจายในชุมชน และจัดการให้เป็นหมวดหมู่ มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม ที่ประชาชนสามารถเข้าไปสืบค้นศึกษาและ เรียนรู้ได้ทุกเวลา เป็นศูนย์กลางในการจัดการความรู้ ที่ดำเนินการโดยประชาชนและเพื่อประชาชนเป็นศูนย์ประสานและบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ภาคประชาชน ได้แก่ ผู้นำ กลุ่ม/องค์กร เครือข่าย ภาคเอกชน และภาคีการพัฒนาภาครัฐเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของปราชญ์ชาวบ้าน  เป็นสถานที่ที่มีโครงสร้างเป็นอาคาร หรือสถานที่ใด ๆ ก็ได้ ที่มีองค์ความรู้ สามารถให้การเรียนรู้แก่ประชาชนที่ต้องการความรู้ สามารถเข้าถึงได้

←Older